ทุกวันคือการตามหาแสงสว่างที่อบอุ่น ที่จะพาเราไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ แสงนั้นที่จะนำทางให้เราได้พบกับความมั่นคงและสุขสงบด้วยตัวเราเอง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ INSPIRATION แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ INSPIRATION แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556
วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556
เดินทางใจ
ปี 2012 เป็นปีของการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต ได้ละทิ้งและเริ่มต้นใหม่กับบางสิ่ง และเป็นช่วงเวลาที่ได้ทบทวนครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง เมื่อได้ทบทวนดูแล้ว ฉันรู้สึกพอใจกับตัวเองในระดับหนึ่งที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทั้งภายนอกและภายในตนเองได้ในบางสิ่ง ซึ่งสำคัญพอที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุขได้ง่ายขึ้น และมองเห็นเส้นทางและเป้าหมายของอนาคตที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย
ฉันยอมรับกับตัวเองอย่างหมดใจได้ว่า ความสัมพันธ์กับตัวเองและผู้คนที่รายล้อมในชีวิตมีผลสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิตในปีที่ผ่านมา ความรัก มิตรภาพ การให้อภัย ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญของการเติบโตด้านในจิตใจและจิตวิญญาณของตัวเอง ฉันยอบรับเงื่อนไขของชีวิตตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวเองตระหนักมากขึ้นว่า การที่พยายามผลักดันชีวิตไปให้พ้นขีดจำกัดต่างๆอยู่เสมอนั้นบางครั้งก็ไร้ประโยชน์และสร้างทุกข์เสียมากกว่าจะสร้างความสุขให้ชีวิต เราจะไม่สามารถไปได้ไกล หากไม่ยอมเปลี่ยนแปลงข้างในตัวเอง
ปีที่ผ่านไปฉันได้พบแรงบันดาลใจใหม่อย่างคาดไม่ถึง ซึ่งตอกย้ำให้เราเองเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วยว่าเราต้องการ "คนนำทาง" สำหรับช่วงชีวิตในวัยนี้ การได้พบกับคนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นเพื่อน มากกว่านั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่สำหรับการใช้ชีวิต นับเป็นพรอันประเสริฐที่ปรากฏขึ้นในชีวิต ขอบคุณโอกาสที่จัดสรรเวลาให้สิ่งนี้ได้เกิดขึ้น
สุดท้ายฉันหลงรักการเดินทางอย่างจริงจังและเข้าใจความหมายของมันยิ่งกว่าช่วงเวลาไหนๆของชีวิต มันเป็นความพอเหมาะพอดีที่ทุกการเดินทางที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นใจตัวเองแจ่มชัด การเดินทางจึงเสมือนเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จพลังต่อชีวิตให้แรงและยาวนานมากขึ้นท่ามกลางภาระ อุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิต และการเดินทางยังทำให้ฉันยอมรับสิ่งต่างๆในชีวิตได้มากขึ้น ลดความสงสัย หวาดระแวง และความกลัว ลงไปอีกมากทีเดียว
ฉันยอมรับกับตัวเองอย่างหมดใจได้ว่า ความสัมพันธ์กับตัวเองและผู้คนที่รายล้อมในชีวิตมีผลสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิตในปีที่ผ่านมา ความรัก มิตรภาพ การให้อภัย ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญของการเติบโตด้านในจิตใจและจิตวิญญาณของตัวเอง ฉันยอบรับเงื่อนไขของชีวิตตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวเองตระหนักมากขึ้นว่า การที่พยายามผลักดันชีวิตไปให้พ้นขีดจำกัดต่างๆอยู่เสมอนั้นบางครั้งก็ไร้ประโยชน์และสร้างทุกข์เสียมากกว่าจะสร้างความสุขให้ชีวิต เราจะไม่สามารถไปได้ไกล หากไม่ยอมเปลี่ยนแปลงข้างในตัวเอง
ปีที่ผ่านไปฉันได้พบแรงบันดาลใจใหม่อย่างคาดไม่ถึง ซึ่งตอกย้ำให้เราเองเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วยว่าเราต้องการ "คนนำทาง" สำหรับช่วงชีวิตในวัยนี้ การได้พบกับคนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นเพื่อน มากกว่านั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่สำหรับการใช้ชีวิต นับเป็นพรอันประเสริฐที่ปรากฏขึ้นในชีวิต ขอบคุณโอกาสที่จัดสรรเวลาให้สิ่งนี้ได้เกิดขึ้น
สุดท้ายฉันหลงรักการเดินทางอย่างจริงจังและเข้าใจความหมายของมันยิ่งกว่าช่วงเวลาไหนๆของชีวิต มันเป็นความพอเหมาะพอดีที่ทุกการเดินทางที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นใจตัวเองแจ่มชัด การเดินทางจึงเสมือนเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จพลังต่อชีวิตให้แรงและยาวนานมากขึ้นท่ามกลางภาระ อุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิต และการเดินทางยังทำให้ฉันยอมรับสิ่งต่างๆในชีวิตได้มากขึ้น ลดความสงสัย หวาดระแวง และความกลัว ลงไปอีกมากทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555
การเดินทางและความสัมพันธ์
เหตุผลสามัญที่สุดของการตัดสินใจออกเดินทาง คือ ความต้องการและความสุขที่จะเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง ไปพบเจอกับสถานที่ใหม่ ผู้คนที่แตกต่าง จากชีวิตประจำวัน แต่ก็มีบางครั้งที่เราอาจตัดสินใจออกเดินทางเพื่อเหตุผลอื่น อย่างเช่น การรักษาความสัมพันธ์ ฟังดูมันอาจไม่มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ทว่าการรักษาความสัมพันธ์บางอย่าง อาจต้องการการใข้เวลาร่วมกัน มากบ้างน้อยบ้าง แต่เพื่อแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความพยายามที่ต้องการอยู่ร่วมกัน ฉันคิดว่าการเดินทางเป็นเครื่องพิสูจน์ความสัมพันธ์ในลักษณะหนึ่ง ไม่ขึ้นกับระยะทางที่ต้องไกลแค่ไหน และไม่ขึ้นกับเวลาว่าจะยาวนานเพียงใด ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงการตระเตรียมเวลาและระยะทางช่วงหนึ่งสำหรับความต้องการที่จะเดินทางร่วมกัน คล้ายว่าความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นระหว่างทาง มากกว่าเราจะพบมันที่ปลายทางของการเดินทาง










วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555
The Road not taken
Two roads diverged in a yellow wood,
And sorry I could not travel both
And be one traveler, long I stood
And looked down one as far as I could
To where it bent in the undergrowth;
Then took the other, as just as fair,
And having perhaps the better claim
Because it was grassy and wanted wear,
Though as for that the passing there
Had worn them really about the same,
And both that morning equally lay
In leaves no step had trodden black.
Oh, I marked the first for another day!
Yet knowing how way leads on to way
I doubted if I should ever come back.
I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I,
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.
- Robert Frost -
And sorry I could not travel both
And be one traveler, long I stood
And looked down one as far as I could
To where it bent in the undergrowth;
Then took the other, as just as fair,
And having perhaps the better claim
Because it was grassy and wanted wear,
Though as for that the passing there
Had worn them really about the same,
And both that morning equally lay
In leaves no step had trodden black.
Oh, I marked the first for another day!
Yet knowing how way leads on to way
I doubted if I should ever come back.
I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I,
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.
- Robert Frost -
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555
still life
วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555
มีบางเวลาที่เราพร้อมจะรอคอย เพื่อบางสิ่งที่ไม่อาจพบได้อย่างเร่งรีบ
และไม่สามารถรู้สึกได้ หากไม่ช้าลง ฉันผู้ซึ่ง เร่งรีบจนเป้นนิสัย ใจร้อนจนเคยตัว
แต่ยอมแพ้ทุกครั้งกับฉากพระอาทิตย์ตกดิน ไม่ว่าจะจุดไหนในโลก
ขอแค่ให้ได้นั่งอยู่ตรงนั้น นานแค่ไหน เพียงให้รู้ว่าสุดท้ายแล้ว
จะได้พบกับภาพท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนสี และ
พระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า เพียงแค่นั้น
ความสุขอื่นใดก็ไม่มากไปกว่านี้แล้ว
พระอาทิตย์ตกดิน ณ อ่าววิคตอเรีย, ฮ่องกง
เป็นอีกจุดหนึ่งที่ฉันรอคอย และห้วงยามนั้นก็ปรากฏอย่างงดงาม




(จากการเดินทางครั้งที่สองในรอบสองเดือน ที่ฮ่องกง 22-24 กันยายน 2555)
และไม่สามารถรู้สึกได้ หากไม่ช้าลง ฉันผู้ซึ่ง เร่งรีบจนเป้นนิสัย ใจร้อนจนเคยตัว
แต่ยอมแพ้ทุกครั้งกับฉากพระอาทิตย์ตกดิน ไม่ว่าจะจุดไหนในโลก
ขอแค่ให้ได้นั่งอยู่ตรงนั้น นานแค่ไหน เพียงให้รู้ว่าสุดท้ายแล้ว
จะได้พบกับภาพท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนสี และ
พระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า เพียงแค่นั้น
ความสุขอื่นใดก็ไม่มากไปกว่านี้แล้ว
พระอาทิตย์ตกดิน ณ อ่าววิคตอเรีย, ฮ่องกง
เป็นอีกจุดหนึ่งที่ฉันรอคอย และห้วงยามนั้นก็ปรากฏอย่างงดงาม




(จากการเดินทางครั้งที่สองในรอบสองเดือน ที่ฮ่องกง 22-24 กันยายน 2555)
วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




