วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เริ่มต้นที่เมลเบิร์น

จดๆจ้องๆมาเกือบสองสัปดาห์ว่าจะเขียนอะไรจากที่ไปเมลเบิร์น ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะเขียนแต่ว่ามันมีเรื่องและความรู้่สึกอยู่ในหัวเยอะมากจนไม่แน่ใจว่าจะเล่าเรื่องไหนก่อนดี อย่างไรก็ตามถ้าไม่ลงมือเริ่มต้นสักตัวอักษร คงจะไม่ได้เขียนสักที และคงเสียดายที่จะให้เรื่องราวระหว่างการเดินทางหายไป เพราะอะไรต้องเป็นเมลเบิร์น ?? ไม่มีอะไรมากเหตุผลมีแค่สองข้อ หนึ่งคือเมืองนี้มีเพื่อนรักอยู่ ได้ไปเยี่ยมเยียนและใช้เวลาร่วมกัน ข้อสองออสเตรเลียไปที่ที่เรายังไม่เคยไป เราไม่มีความคาดหวังอะไรมากนอกจากจะได้เปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง สภาพแวดล้อมจริงๆสักช่วงเวลาหนึ่ง

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติคงด้วยเพราะออสเตรเลียเป็นประเทศเกิดใหม่ไม่กี่ร้อยปี ที่นั่นจึงเป็นที่เริ่มต้นใหม่ของผู้คนมากมายที่อพยพมาจากที่ต่างๆทั่วโลก แต่ที่เห็นมากที่สุดคงเป็นคนเอเชีย จีน อินเดีย มาเลเซีย ได้หวัน ไทย อินโดนีเซีย และอีกกลุ่มที่เยอะมากคือ อิตาเลียน และ กรีก หลักฐานเชิงประจักษ๋ที่แสดงถึงการมีอยู่ของประชากรเหล่านั้นซึ่งเราพบเห็นได้ง่ายๆคือ ร้านอาหารชาติต่างๆที่เรียงรายอยู่ทั้งในตัวเมืองและนอกเมืองเมลเบิร์น ช่วงเวลาที่ไปถึงโชคร้ายเล็กน้อยกับสภาพอากาศที่ผันผวนทุกวัน ฝนตก หนาว แดดออก ซึ่งที่จริงช่วงเวลานั้นควรจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงได้แล้ว แต่ก็นั่นล่ะสภาพอากาศทั่วโลกทุกวันนี้มันก็คาดเดาไม่ได้อีกต่อไป คนไทยอย่างเรามาจากบ้า่นเมืองที่ไม่ได้ต้องกังวลว่าอากาศวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง จึงต้องเริ่มรู้สึกตื่นตัวกับสภาพอากาศแต่ละวันของที่นั่นไปด้วย วันนี้ต้องใส่เสื้อหนาแค่ไหน เตรียมผ้านพันคอมั้ย หรือว่าต้องพกร่วมไปหรือเปล่า ฯ

เราใช้เวลาเดินในตัวเมืองเมลเบิร์นอย่างจริงจังน่าจะสักสามวันแรกที่ไปถึง สภาพตึกในเมืองก็ไม่ได้สูงโดดเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดนิวยอร์ค เราจะเห็นตึกสูงๆของบริษัทใหญ่ๆแค่ในบางจุดเท่านั้นซึ่งก็จะเป็นเขตธุรกิจที่จะมีคนทำงานใส่สูท/โค้ทสีดำ ทั้งชายและหญิงเต็มไปหมด นอกนั้นอาคารในเมืองก็ไม่ได้สูงมากแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าใหญ่ อย่าง David Jones หรือ Myers ก็จะมีตึกแยกอยู่ใกล้ๆกันเป็นแผนกชาย/หญิง เป็นต้น ส่วนตัวแล้วสนใจร้านหนังสือ ห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์ เป็นหลักก็จะเดินหาเฉพาะสถานที่เหล่านั้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะร้านหนังสือที่หาได้เยอะแยะทั้งเจ้าเล็ก เจ้าใหญ่ ในเขตเมืองถนนต่างๆถูกวางเอาไว้เป็นเหมือนตารางสี่เหลี่ยมตัดกันไปมา บางถนนก็จะเป็นเขตที่มีอะไรพิเศษเฉพาะตัว เช่น แถว Brunswick และ Fitzroy ซึ่งเป็นเขตของพวกอาร์ตติส แกลอรี่เล็กๆ ร้านขายงานศิลปะ ของทำมือ เสื้อผ้าวินเทจ ตึกรามบ้านช่องก็จะทาสีสันสดใส การตกแต่งร้านจะออกแนวแอนทีคเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือหากไปเดินแถวถนน Lygon หรือ Carlton ก็จะเป็นชุมชนของคนอิตาเลียน ซึ่งจะเจอร้านอาหารอิตาเลียนเรียงรายเต็มสองข้างถนนที่ถนนเส้นนี้มีร้านช็อคโคแล็ตอร่อยเยี่มชื่อว่า Koko black chocolate ซึ่งที่จริงร้านนี้มีสาขาอยู่หลายแห่งในเมลเบิร์นแต่ว่าร้านที่เราเจอที่ถนน Lygon บรรยากาศดี น่านั่งกว่าที่อื่น

หากพูดถึงร้านหนังสือในเมลเบิร์น ก็หาได้เยอะแยะเช่นกันโดยเฉพาะร้านเล็กๆ ที่ขายหนังสือเฉพาะทาง หรือร้านหนังสือมือสอง ร้านที่ได้แวะไปและชอบทั้งบรรยากาศร้านและหนังสือ คือ ร้าน Paperback ถนน Bourke และ ร้าน The Readings ถนน Carlton หนังสือน่าสนใจและบรรยากาศร้านอบอุ่น คนชอบหนังสือต้องชอบทั้งสองร้านนี้แน่นอน สำหรับร้านใหญ่ๆที่น่าสนใจ คือ ร้าน Reader's Feast (สนพ. รีดเดอร์ส ไดเจสต์) ถนน Swanston เป็นร้านใหญ่ที่มีหนังสือมากมาย อีกสถานที่หนึ่งซึ่งสามารถหาหนังสือดีและหายากอ่านได้คือ State Library ห้องสมุดประจำเมืองที่มีบรรยากาศเชิญชวนให้คนเข้าไปค้นคว้าหาหนังสือหรือนั่งใช้แลปทอปทำงาน (มากกว่าห้องสมุดประชาชนในกรุงเทพฯ) ที่นั่นก็เป็นอาคารเก่าแก่และใหญ่โตรวมทัง้หนังสือดีๆมีอยู่มหาศาล

นอกจากคนชอบหนังสือแล้ว สำหรับคนชอบเข้าพิพิธภัณฑ์หรือแกลอรี่ ก็ต้องชอบเมลเบิร์นเพราะมีอยู่เยอะจริงๆ ทั้งเล็กและใหญ่ ดูเหมือนเมืองจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานเชิงศิลปะและวัฒนธรรมมาก สำหรับที่หลักที่สามารถหางานดีๆดูได้ตลอดปี เช่น เมลเบิร์น มิวเซี่ยม (Melbourne museum) และ NGV(National Gallery of Victoria) ก็เป็นสองแห่งที่มีงานนิทรรศการดีๆมาหมุนเวียนให้ชมตลอดทั้งปี

ยังมีอีกสถานที่หนึุ่่งในเมืองซึ่งเราเองประทัีบใจอย่างยิ่ง นั่นคือ สวนสาธารณะ ซึ่งมีอยู่หลายๆแห่งกระจายอยู่ตามมุมต่างๆของเมือง สวนที่เราได้ไปและชอบชื่อ Carlton Garden อยู่ใกล้ๆกับเมลเบิร์น มิวเซี่ยม เป็นสวนขนาดใหญ่ มีต้นไม้ยืนต้นสูงโตมากมาย บ่อน้ำ และสวนดอกไม้ มีคนนิยมมานั่งเล่นกันเยอะ โดยเฉพาะเมื่อแดดออก บรรยากาศดีจริงๆ โดยเฉพาะความเขียวจากพื้นหญ้าและต้นไม้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เงียบสงบ

ขอจบตอนที่หนึ่งเกี่ยวกับเมืองเมลเบิร์นไว้ก่อน หลังจากนี้จะทยอยเขียนเล่าถึงสถานที่ต่างๆที่ไปแล้วประทับต่อไป ภาพจากบางส่วนที่เก็บบรรยากาศในเมืองเมลเบิร์น

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

He's just not that into you


"แต่บางครั้งเรามุ่งมั่นแต่จะหาความสุขในตอนท้าย จนลืมเรียนรู้ที่จะอ่านสัญญาณ เพื่อบอกว่าใครคือคนที่ต้องการเราหรือใครไม่ใช่ ใครคือคนที่อยากอยู่และใครอยากไป บางทีตอนจบที่มีความสุขอาจไม่มีผู้ชายที่วิเศษสุด บางทีอาจเป็นคุณ ด้วยตัวเอง บางทีตอนจบที่มีความสุข อาจเป็นการก้าวไปหรือตอนจบที่เป็นสุขอาจเป็นแบบนี้ คือการเข้าใจถึงการไม่โทรกลับ และหัวใจที่แตกสลาย เข้าใจถึงความงุ่มง่ามและการอ่านสัญญาณที่ผิดพลาด เข้าใจถึงความเจ็บปวดและอับอาย"

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

เพราะรู้สึกมากจนเกินไป ก็เหมือนจะเจ็บปวดมากเกินไปด้วย
อารมณ์และเหตุผลตีกันมั่ว ปั่นป่วน บางอย่างเหมือนจะกำลังทะลักทลายออกมา

แม้ว่าจะดูนิ่งสงบ แม้ว่าจะหัวเราะ แม้ว่าจะทำงาน แม้ว่าจะพูดคุย แม้ว่าจะรับฟัง
แต่ข้างในคล้ายกับมีลมอื้ออึงที่ถูกกักเก็บอยู่เต็มไม่สามารถระบายออกมาได้

เริ่มบอกไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่บ้าง
ได้แต่ภาวนาให้กับชีวิต หัวใจ และวิญญาณ
ขอให้ผ่านมันไปเสียที

The story

i don't know how to begin
cause the story has been told before
i will sing along i suppose
i guess it's just how it goes

and now those springs in the air
i don't go down anywhere
i guess it's just how it goes
the stories have all been told before

but if you don't try
the light won't hit your eyes
and the moon won't rise
you fall aside

i don't know how it will end
with all those records playin
i guess it's just how it goes
the stories all have been told before

i guess it's just how it goes
the stories all have been told before
i guess it's just how it goes

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Times of your life

Good morning, yesterday
You wake up and time has slipped away
And suddenly it's hard to find
The memories you left behind
Remember, do you remember

The laughter and the tears
The shadows of misty yesteryears
The good times and the bad you've seen
A...nd all the others in between
Remember, do you remember
The times of your life (do you remember)

Reach back for the joy and the sorrow
Put them away in your mind
The mem'ries are time that you borrow
To spend when you get to tomorrow

Here comes the saddest part (comes the saddest part)
The seasons are passing one by one
So gather moments while you may
Collect the dreams you dream today
Remember, will you remember
The times of your life

Gather moments while you may
Collect the dreams you dream today
Remember, will you remember
The times of your life
Of your life
Of your life

Do you remember, baby
Do you remember the times of your life
Do you remember, baby


Joanna Wang.