วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วางใจเมื่อสัมพันธ์

ปัญหาการขาดความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ ยังคงคลาสสิค (classic) และธรรมดาสามัญ อยู่กับมนุษย์เราเสมอ บางครั้งฉันก็คิดว่า หรือเพราะมนุษย์เรามีความกลัวอยู่อย่างลึกซึ้งข้างในจนบางทีก็ไม่สามารถสังเกตุได้ อาจเป็นระดับจิตใต้สำนึก นานๆครั้งจึงสำแดงอาการออกมาเสียที เราหวาดหวั่นกับการไม่เป็นที่รัก หวาดหวั่นกับการถูกทอดทิ้ง และอาจหวาดหวั่นกับการเข้ามา-ออกไป ของผู้คนในชีวิต ฯลฯ หลากหลายสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสั่นคลอนทางความรู้สึก

ฉันสรุปเอาจากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเองที่ผ่านมา อาการนี้มันมาจาก "ความไม่วางใจในความสัมพันธ์" ซึ่งเกิืดขึ้นได้กับคนรอบตัวที่เราอาจมีความใกล้ชิดอย่างยิ่ง มีความผูกพัน ใช้เวลาร่วมกันมาก ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้อาจจอธิบายแล้วขัดแย้งกับที่ว่า ในเมื่อใกล้ชิด ผูกพัน แล้วเหตุใดจึงไม่มั่นใจ หรือวางใจในความสัมพันธ์นั้นๆ แต่ก็นั่นล่ะความคิดและความรู้สึกที่สลับซับซ้อนของมนุษย์เรา ไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ที่มีเหตุมีผลได้เสมอไป

อาจเพราะความใกล้ชิดและผูกพัน รวมทั้งพึ่งพิงมากจนเกินไป ที่ก่อให้เกิด "ความไม่วางใจ" ที่ซ่อนอยู่ลึกๆมาตลอด จนเมื่อวันหนึ่งมีบางอย่างมากระทบหรือกระตุ้นจึงทำให้มันแสดงผลออกมาในที่สุด มนุษย์เราเกิดความรู้สึกนี้ได้เสมอทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว แต่จะทำอย่างไรที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ไปเบียดทับพื้นที่ความสัมพันธ์นั้นๆ ให้อีกฝ่าย (หรือหลายฝ่าย) ต้องได้รับผลเชิงลบอันมาจากอารมณ์หรือพฤติกรรมที่แสดงออกระหว่างกัน

มันอาจไม่มีคำตอบหรือวิธีการสำเร็จรูปที่จะใช้จัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างเป็นสากล แต่ฉันคิดว่าหากเริ่มต้นจาก "การมีสติ" ทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกหรือเมื่อแสดงพฤติกรรมนั้นออกไป ดึงมันกลับมาให้ได้ทันท่วงที ไม่ต้องถึงกับห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้น เพียงแต่มีสติรู้ทันทุกครั้งที่มันเกิด ก็อาจทำให้เรายั้งการแสดงออก ไม่ว่าจะทางสีหน้า ท่าทาง คำพูด ซึ่งอาจจะไปทำร้ายคนอื่นได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันน่าจะช่วยทำให้ภายในของเราสงบลงได้บ้าง เพราะเมื่อเรามีสติเราจะลดความวุ่นวายใจ ความร้อนรุ่มจากความคาดหวัง การคิดล่วงหน้า การคาดเดาไปเอง ลงได้บ้าง ทำให้เราสามารถคิดอย่างมีเหตุมีผลได้มากขึ้นต่อสายสัมพันธ์ของปัญหา ที่ถ้าหากเราไม่เข้าไปจัดการกับมันอย่างจริงจังก็อาจกลายเป็นปมชีวิตที่คลี่คลายได้ยากยิ่งขึ้น

คงไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งอาจต้องใ้ช้เวลาไปตลอดชีวิตที่เราจะลุล่วงปมปัญญาเรื่องนี้ สำหรับเราเองมันต้องเข้าไปเผชิญหน้าและท้าทายความรู้สีกนั้นอย่างเต็มตัว หากหลีกหนี วางมันเอาไว้ห่างๆ อย่างไรก็จะกลับมาเป็นปัญหาเดิมอีกแน่นอน การลุล่วงสถานการณ์นี้ไปได้ทีละครั้ง น่าจะขัดเกลาตัวเราเองให้ยืดหยุ่น เข้าใจ ปล่อยวาง กับทั้งตัวเอง และชีวิตความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ได้ยิ่งขึ้นทีละน้อย

4 ความคิดเห็น:

น ธ กล่าวว่า...

เหมือนเราติดเชื้อหวัด แล้วเราก็กินยา หรือบางทีเราก็ฉีดเซรุ่ม รับเชื้อหวัดเข้าไปทีละนิด ให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน เราก็เปลี่ยนแปลงไป ทีละนิด ทีละนิด

น ธ กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
Ninging กล่าวว่า...

ถึงว่า ก้าวไม่ถึงไหนซะทีแฮะเรา ฮี่ๆ

Kon Klang Klang กล่าวว่า...

ขอบใจจ้า