วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

Away Far So


ฉันและเธอ อาจไม่ได้เจอกันเหมือนวันก่อน
อาจไม่ได้รู้สุขทุกข์ ที่ซ่อนอยู่ของกันและกัน
ไม่ได้ใกล้ชิดไม่ได้ดูแล อย่างที่เหมือนในวันนั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าใจฉัน
จะลืมภาพเธอแม้ต้องห่างมา

เพราะเธอ อยู่ในใจเสมอมา
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักแค่ไหน

ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ใจของฉันมั่นคงเสมอ
คือรักเธอ ยังรักเธอและรักเธอ
แม้จะห่างกันจนแสนไกล อยากจะขอให้เธอรู้ไว้
หัวใจของฉันนั้น ไม่เคยคิดจะห่างเธอเลย

อยากจะขอให้รู้เอาไว้ เพื่อให้เธอไม่ต้องสงสัย
ว่าความสำคัญสำหรับฉันนั้น
ไม่เคยมาเป็นแม้อุปสรรค
กับความรักและความจริงใจที่มีอยู่ให้กัน
จะค่ำคืนหรือกลางวันฉันไม่เคยเลยที่ลืมกัน

ฉันจะคิดถึงวันดีๆ ที่เคยมีมาของเราเหล่านั้น
จึงอยากจะขอย้ำ และอยากจะขอซ้ำ
ด้วยประโยคนี้และเพลงๆ นี้
ที่จะบอกว่าฉันทุกวินาที
ฉันนั้นรักเธอ รักเธอรักเธอ

เพราะเธอ อยู่ในใจเสมอมา
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักแค่ไหน

ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ใจของฉันมั่นคงเสมอ
คือรักเธอ ยังรักเธอและรักเธอ
แม้จะห่างกันจนแสนไกล อยากจะขอให้เธอรู้ไว้
หัวใจของฉันนั้น ไม่เคยคิดจะห่างเธอเลย

วันและเวลา ระยะทางเหล่านั้น
จะแสนนาน สักเท่าไร
ฉันสัญญาด้วยหัวใจ
ขอให้เธอโปรดมั่นใจ

ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ใจของฉันมั่นคงเสมอ
คือรักเธอ ยังรักเธอและรักเธอ
แม้จะห่างกันจนแสนไกล อยากจะขอให้เธอรู้ไว้
หัวใจของฉันนั้น ไม่เคยคิดจะห่างเธอเลย

(ห่างกันสักเท่าไหร่) ไม่เคย ไม่เคย
คือรักเธอ ยังรักเธอและรักเธอ
แม้จะห่างกันจนแสนไกล อยากจะขอให้รู้ว่าใน
หัวใจของฉันนั้น ไม่เคยคิดจะห่างเธอเลย

ไม่เคย ไม่เคย ฉันนั้นไม่นึก
และไม่เคยคิดจะห่างเธอเลย

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

วันแรกของปีั







วันนี้เดินทางไปสังสรรค์รวมญาติที่สระบุรี ไม่ได้กลับไปเกือบปีแล้ว บรรยากาศของน้า อา พี่ น้อง ยังคงเหมือนเดิม กิจกรรมที่ทำร่วมกันก็เหมือนทุกๆครั้งคือ การทำอาหาร แสดงฝีมือของบรรดาพี่ๆน้องฝ่ายแม่ แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่เราำทำต่างไปคือการไปเดินเล่นแุถววัดพระุพุทธบาท ราชวรวิหาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมาก แม้ว่าอดีตจะเคยเรียนประถมศึกษาที่นั่น โรงเรียนก็อยู่ปากทางเข้าวัด แต่เรากลับจำไม่ได้แล้วว่าเคยย่างกรายเข้าไปเที่ยวเล่นที่นั่นจริงจังหรือไม่ วันนี้สบโอกาสแวะเข้าไปเสียหน่อย โชคดีที่คนไม่เยอะแยะเกินไป พอให้ได้เดินช้า ไม่เร่งรีบ เลยถ่ายรูปเก็บมาเล็กน้อย แต่เสียดายยังไม่ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง คิดว่าหากมีโอกาสครั้งหน้าไม่พลาดแน่นอน

ความรู้สึกพิเศษของวันนี้คือการมองเห็นเมืองเล็กๆแห่งนี้ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง เห็นความงามแบบเรียบง่ายของมัน ที่ผ่านมาไม่เคยใช้เวลามองเห็นมันอย่างนั้นมาก่อน แม้ว่าจะเติบโตและใช้เวลาช่วงวัยเด็กที่พระพุทธบาทเกือบสิบปีแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรจริงจัง ปีนี้เป็นปีพิเศษที่เมื่อเดินทางไปที่ใดก็ตามจะรู้สึกว่าอยากเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของที่แห่งนั้นมากขึ้น

การกลับบ้าน(หลังหนึ่งในอดีต)วันนี้จึงรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ณ เช้า 31 ธันวา

วันนี้ตั้งใจจะตื่นสายเพื่อนอนชดเชยทุกๆวันที่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ แต่อย่างไรไม่ทราบสะดุ้งตื่นอัตโนมัตประมาณเกือบๆเจ็ดโมงเช้าหลังจากนั้นก็ไม่สามารถนอนได้อีกต่อไป เลยไ่ด้ลุกขึ้นมานั่งหาสติและสังเกตความเงียบรอบๆตัวยามเช้า โดยปกติตอนเช้าของทุกวันไม่เคยได้มีเวลามานั่งดื่มด่ำกับสิ่งรอบตัว เพราะต้องรีบตื่น อาบน้ำ ออกจากบ้านไปทำงาน วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใช้เวลาช้าลง

รู้สึกสงบ ปลอดโปร่ง อากาศเย็นลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา เสียงนกร้อง เสียงกระดิ่งจักรยาน แสงแดดอ่อนๆ ทั้งหมดนั้นช่วยทำให้เช้านี้เป็นเวลาที่่พิเศษไปอีกแบบ แม้ว่าในหัวยังวนเวียนคิดบางเรื่องอยู่แต่บรรยากาศรอบตัวก็ทำให้มันไหลลื่นไปตามทางของมัน ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

31 ธันวา เป็นวันสุดท้ายแล้วของปี เวลาทั้งหมดที่ผ่านมาหายไปไหนเร็วจริง ปีหน้าที่จะมาถึงถ้าไม่ระวังตัว ไม่มีสติ เวลาก็คงจะผ่านไปแบบไม่รู้ตัวอีก อยากจะทำอะไรหลายๆอย่างให้ได้ตามที่ตั้งใจ อยากให้เป็นปีที่เริ่มต้นจังหวะใหม่ของชีวิตที่ไม่ซ้ำรอยความทุกข์ เศร้า ดัีงที่ผ่านมา อยากให้ความทุกข์ เศร้า ที่อาจเผชิญในอนาคตเกิดขึ้นพร้อมด้วยสติ รู้เนื้อรู้ตัว ไม่จมปลัก ติดหล่มนานอีกต่อไป ขอให้ได้เริ่มต้นใหม่จริงๆเสียที อธิษฐาน...

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Under every stone and leaf,that which is eternal exists


What brings understanding is love. When your heart is full, then you will listen to the teacher, to the beggar, to the laughter of children, to the rainbow, and to the sorrow of man. Under every stone and leaf, that which is eternal exists. But we do not know how to look for it. Our minds and hearts are filled with other things than understanding of "what is". Love and mercy, kindliness and generosity do not cause enmity. When you love, you are very near truth. For, love makes for sensitivity, for vulnerability. That which is sensitive is capable of renewal. Then truth will come into being. It cannot come if your mind and heart are burdened, heavy with ignorance and animosity.

J Krishnamurti.
The Collected Works vol. IV, p 200

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปั้นฝันร่วมกัน







สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจัดเวิร์คชอปให้กลุ่มนักศึกษาที่เป็นแกนนำอาสาสมัคร ประมาณ 20 คน ณ บ้านกลางสวน สมุทรสงคราม เป็น 3 วันที่สนุกสนานมาก ทุกคนกระตือรือร้น ตั้งใจ ใส่ใจ กับกระบวนการกิจกรรมต่างๆอย่างยิ่ง ทำให้บรรยากาศระหว่างอาสาสมัครด้วยกันเองและกับทีมกระบวนกรราบรื่น และกระบวนการก็ flow ดีมาก ทุกครั้งหลังการกิจกรรม วงคุยสรุป/ถอดบทเรียน จึงออกรสออกชาติ เต็มไปด้วยความรู้สึก ความคิดเห็น ของทุกคนถ้วนทั่วกัน

ในฐานะของคนจัดและคนที่ต้องการความร่วมมือและพลังในการทำงานร่วมกันต่อจากแกนนำทั้งหมดนี้ เราเองมีความภูมิใจและรู้สึก
มีพลังใจขึ้นมาอย่างมาก เห็นเป้าหมายร่วยมกันในอนาคตมากขึ้น ว่าในการเคลื่อนงาน(ยาก)นี้เราจะมีทีมที่เข้มแข็งเป็นกำลังสำคัญ
ผลักดันไปสู่เป้าหมายร่วมกัน ขอบคุณทุกคนอย่างยิ่ง ^-^

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กำลังจะผ่านไปอีกปี


กำลังจะสิ้นปีผ่านไปและปีใหม่กำลังะมาถึงอีกครั้ง เพราะชีวิตเราถูกกำกับอยู๋ด้วยตัวเลขของเวลา มันเลยทำให้รู้สึกว่าชีวิตเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆตามตัวเลขบอกความมากน้อยของเวลา แต่ไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเวลาที่ผ่านไป "เรา" เติบโตอย่างแท้จริงหรือไม่ เข้าใจชีวิต ผู้คน โลก มากขึ้นเพียงใด

โดยมากพอเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังจะสิ้นปี ก็มัีกจะครุ่นคิดถึงเรื่องราว ผู้คน ที่ผ่านมา เหล่านั้นฝากอะไรไว้กับชีวิตของเราบ้าง ความทุกข์ สุข เป็นอย่างไร ทั้งสิ่งที่ยังคงอยู่และหลายสิ่งที่หายจากไปอย่างเงียบๆ ทั้งหมดเราคงต้องยอมรับให้ได้ว่ามันคือสาระของความธรรมดาสามัญของชีวิต ไม่ว่าเราจะยอมรับได้หรือไม่ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว นั่นคือข้อเท็จจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แต่ชีวิตของเราเองล่ะ เรายังเลือกที่จะดำเนินต่อไปในทิศทางที่เข้าใกล้ความสุขมากขึ้นได้มิใช่หรือ เหตุใดเราจึงใช้ชีวิตที่ห่างไกลจากความสุขออกไปมากขึ้นทุกที มันเป็นคำสาปของความดื้อรั้นของมนุษย์? ที่เราไม่เคยพอใจ เข้าใจ กับปัจจุบัน ในเมื่อเราอยากมีความสุข เราก็ควรต้องสร้างเงื่อนไขของชีวิตให้นำไปสู่ความสุขที่แท้

อย่างไรก็ตามถ้าเรื่องทั้งหมดมันง่าย ศาสดาของศาสนา/ลัทธิ/ความเชื่อ ต่างๆในโลกคงไม่ต้องผ่านความทุกข์ยาก เผชิญมาร ก่อนที่จะเข้าใจแก่นสาระสำคัญที่สุดของชีวิต นึกถึงคำสอนของอาจารย์ที่เคารพ " Suffering brings wisdom" ในเวลานั้นเราไม่อยากที่จะยอมรับความจริงแบบนี้เลย แต่เมื่อโตมากขึ้นเรื่อยๆก็พบว่าคำพูดนั้นไม่ได้ห่างไกลจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตแม้แต่น้อย

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เมื่อแม่เอ่ย....

อยู่ๆวันหนึ่งแม่ก็พูดขึ้นมาว่า "อะไรที่จำๆไว้เยอะก็ทิ้งๆมันไปบ้างก็ได้นะ แม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราทุกข์
แต่การช่างจดช่างจำเอาไว้นานๆมันทำให้เราเหมือนมีบ่วงในใจไปตลอดชีวิต"

แม่ที่ปกติมักไม่ค่อยคุยอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆของเรา แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเราเป็นอย่างไร
แม่มักจะมองเห็น รับรู้ ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตลูก ไม่ว่าเขาจะพูดหรือไม่พูดถึงมันก็ตาม

หลายปัญหาในชีวิตเราก็คงไม่ได้คิดอยากจะพูดให้ใครฟังไปทั้งหมดแม้ว่าจะกับคนในครอบครัว
โดยเฉพาะเมื่อเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา บางทีเราก็คิดเอาเองว่า
บางเรื่องคงไม่มีใครมาช่วยเราแก้ไขได้ ซึ่งที่สุดแล้วมันก็อาจจริงเช่นนั้น แต่ความสัมพันธ์กับแม่
มันซับซ้อนมากกว่าที่เราเข้าใจเองมาก เราตระหนักในที่สุดว่า แม่ก็จะรู้ทุกอย่างที่เป็นเราแน่นอน
ไม่ว่าแม่จะชอบหรือไม่ชอบสิ่งที่เราเป็นอยู่ก็ตาม เขาก็จะไม่ขัดขวางสิ่งที่เราเป็นอยู่ แต่คงเป็น
บางเวลาที่พอเหมาะ ที่แม่จะเอ่ยถ้อยคำบางอย่างออกมา เตือนสติเราให้รู้ว่าไม่ใช่เราไม่มีใครเข้าใจ
อย่างแท้จริงหรอก ยังไงแม่ก็เข้าใจเราวันยังค่ำ...